แนวทางการพิจารณาปรับค่าบริการ กรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการ
เพื่อให้การพิจารณาเคสขอคืนค่าบริการเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ให้พนักงานดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้
1. ตรวจสอบประเภทสถานี
ก่อนดำเนินการพิจารณาปรับค่าบริการ ให้ตรวจสอบก่อนว่าสถานีดังกล่าวเป็น
- สถานีของ Sharge หรือบริษัทลงทุน
- สถานีของ โครงการ / นิติบุคคล
- สถานีที่ Sharge ไม่สามารถปรับหรือคืนค่าบริการให้ลูกค้าได้
หมายเหตุ: สถานี Susco, Spark และ Noble ไม่สามารถปรับค่าบริการให้ลูกค้าได้ในทุกกรณี
2. กรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการ เนื่องจากระบบหรือเครื่องชาร์จมีปัญหา
ให้พนักงานตรวจสอบ กำลังไฟที่ลูกค้าได้รับ (kW) และลักษณะการเรียกเก็บค่าบริการก่อนพิจารณาปรับค่าบริการ
2.1 ได้กำลังไฟ 0.00 kW หรือได้รับกำลังไฟน้อยกว่า 1 kW
กรณีตรวจสอบแล้วพบว่า
- ลูกค้าได้รับกำลังไฟ 0.00 kW
- หรือได้รับกำลังไฟ น้อยกว่า 1 kW
- แต่ระบบมีการเรียกเก็บ ค่าบริการขั้นต่ำ
- หรือมีการเรียกเก็บ ค่าจอง (Booking Fee)
หากสาเหตุเกิดจากระบบหรือเครื่องชาร์จทำงานผิดปกติ
ให้พนักงานดำเนินการปรับค่าบริการ (Void) ให้ลูกค้าได้ทันที
ไม่รวมสถานี Susco, Spark และ Noble ซึ่งไม่สามารถปรับค่าบริการได้ทุกกรณี
2.2 ได้กำลังไฟตั้งแต่ 1 kW ขึ้นไป
กรณีลูกค้าได้รับกำลังไฟ ตั้งแต่ 1 kW ขึ้นไป แต่ระบบมีการเรียกเก็บค่าบริการขั้นต่ำ ให้ตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติมก่อนดำเนินการปรับค่าบริการ
กรณีปัญหาไม่ได้เกิดจากเครื่องชาร์จ
ตัวอย่างเช่น
- ลูกค้ากด Check Out / สิ้นสุดการชาร์จด้วยตนเอง
- ลูกค้าถอดสายชาร์จออกระหว่างการชาร์จ ทำให้เครื่องหยุดชาร์จ
- ลูกค้าดำเนินการบางอย่างที่ส่งผลให้การชาร์จสิ้นสุดลง
ให้พนักงานชี้แจงลูกค้าว่า ค่าบริการดังกล่าวเป็นการเรียกเก็บขั้นต่ำตามเงื่อนไขของสถานี โดยมีการแจ้งรายละเอียดและเงื่อนไขบนแอปก่อนเริ่มใช้งาน
หากลูกค้ายังประสงค์ขอคืนค่าบริการ ให้ รับเรื่องส่ง Lead พิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป โดยพิจารณาจาก
- กำลังไฟ (kW) ที่ลูกค้าได้รับจริง
- ระยะเวลาที่ชาร์จ
- อัตราค่าบริการของสถานี
- ยอดที่ควรเรียกเก็บตามการใช้งานจริง เทียบกับค่าบริการขั้นต่ำ
ทั้งนี้ หากพิจารณาแล้วเห็นสมควร สามารถพิจารณาปรับยอดให้เป็น ค่าบริการตามการใช้งานจริงแทนค่าบริการขั้นต่ำ ได้
ไม่รวมสถานี Susco, Spark และ Noble ซึ่งไม่สามารถปรับค่าบริการได้ทุกกรณี
3. แนวทางการรับเรื่องกรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการประเภทต่าง ๆ
กรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการ เช่น
- ค่าชาร์จ
- ค่าจอง (Booking Fee)
- ค่าต่อเวลา
- ค่า Overtime
- ค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานสถานี
ให้ตรวจสอบก่อนว่าสถานีเป็นของ Sharge หรือ โครงการ / นิติบุคคล
3.1 กรณีสถานีเป็นของ Sharge
ให้พนักงาน รับเรื่องเพื่อตรวจสอบก่อน และแจ้งรายละเอียดให้ Lead พิจารณาดำเนินการต่อ
3.2 กรณีสถานีเป็นของโครงการ / นิติบุคคล
ให้แจ้งลูกค้าว่า Sharge เป็นผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและระบบการชำระเงินเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของสถานี ดังนั้นการอนุมัติหรือปรับค่าบริการจะต้องได้รับการพิจารณาจากเจ้าของสถานี / นิติบุคคล
แนะนำให้ลูกค้าติดต่อ นิติบุคคลของโครงการโดยตรง เพื่อขอพิจารณาการคืนค่าบริการ
กรณีนิติบุคคลอนุมัติคืนค่าบริการ
หากลูกค้าได้ติดต่อกับนิติบุคคลแล้ว และนิติบุคคลอนุมัติให้คืนค่าบริการ ให้ดำเนินการดังนี้
- ให้ลูกค้าแจ้งนิติบุคคลติดต่อกลับมายัง Sharge เพื่อประสานงานเรื่องการคืนค่าบริการ
4. กรณีนิติบุคคลไม่เข้าใจขั้นตอนการดำเนินการ
หากพนักงานได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่นิติบุคคลแล้ว แต่เจ้าหน้าที่นิติบุคคลยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนหรือขอบเขตการดำเนินการ
ให้พนักงานสอบถาม
- ชื่อผู้ติดต่อ
- เบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อกลับ
จากนั้น Tag / แจ้ง Lead เพื่อประสานงานและอธิบายรายละเอียดกับทางนิติบุคคลเพิ่มเติม
5. กรณีนิติบุคคลไม่อนุมัติการคืนค่าบริการ
หากเป็นสถานีของโครงการ และนิติบุคคลพิจารณาแล้ว ไม่อนุมัติการคืนค่าบริการ
พนักงานสามารถยืนยันกับลูกค้าได้ว่า
Sharge เป็นเพียงผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและระบบการชำระเงิน ไม่ใช่เจ้าของสถานี จึงไม่สามารถอนุมัติหรือปรับค่าบริการในส่วนของสถานีโครงการได้ เนื่องจากการเรียกเก็บค่าบริการและการพิจารณาคืนค่าบริการเป็นอำนาจของเจ้าของสถานี / นิติบุคคล
ทั้งนี้ ขออภัยในความไม่สะดวก และแนะนำให้ลูกค้าประสานงานกับนิติบุคคลของโครงการโดยตรงค่ะ/ครับ