ประกาศและแนวทางปฏิบัติต่างๆ

แนวทางการพิจารณาปรับค่าบริการ กรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการ

อัปเดตล่าสุด: 19/08/2026 16:19 น.

แนวทางการพิจารณาปรับค่าบริการ กรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการ


เพื่อให้การพิจารณาเคสขอคืนค่าบริการเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ให้พนักงานดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจสอบประเภทสถานี

ก่อนดำเนินการพิจารณาปรับค่าบริการ ให้ตรวจสอบก่อนว่าสถานีดังกล่าวเป็น

  • สถานีของ Sharge หรือบริษัทลงทุน
  • สถานีของ โครงการ / นิติบุคคล
  • สถานีที่ Sharge ไม่สามารถปรับหรือคืนค่าบริการให้ลูกค้าได้

หมายเหตุ: สถานี Susco, Spark และ Noble ไม่สามารถปรับค่าบริการให้ลูกค้าได้ในทุกกรณี


2. กรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการ เนื่องจากระบบหรือเครื่องชาร์จมีปัญหา

ให้พนักงานตรวจสอบ กำลังไฟที่ลูกค้าได้รับ (kW) และลักษณะการเรียกเก็บค่าบริการก่อนพิจารณาปรับค่าบริการ

2.1 ได้กำลังไฟ 0.00 kW หรือได้รับกำลังไฟน้อยกว่า 1 kW

กรณีตรวจสอบแล้วพบว่า

  • ลูกค้าได้รับกำลังไฟ 0.00 kW
  • หรือได้รับกำลังไฟ น้อยกว่า 1 kW
  • แต่ระบบมีการเรียกเก็บ ค่าบริการขั้นต่ำ
  • หรือมีการเรียกเก็บ ค่าจอง (Booking Fee)

หากสาเหตุเกิดจากระบบหรือเครื่องชาร์จทำงานผิดปกติ

ให้พนักงานดำเนินการปรับค่าบริการ (Void) ให้ลูกค้าได้ทันที

ไม่รวมสถานี Susco, Spark และ Noble ซึ่งไม่สามารถปรับค่าบริการได้ทุกกรณี

2.2 ได้กำลังไฟตั้งแต่ 1 kW ขึ้นไป

กรณีลูกค้าได้รับกำลังไฟ ตั้งแต่ 1 kW ขึ้นไป แต่ระบบมีการเรียกเก็บค่าบริการขั้นต่ำ ให้ตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติมก่อนดำเนินการปรับค่าบริการ

กรณีปัญหาไม่ได้เกิดจากเครื่องชาร์จ

ตัวอย่างเช่น

  • ลูกค้ากด Check Out / สิ้นสุดการชาร์จด้วยตนเอง
  • ลูกค้าถอดสายชาร์จออกระหว่างการชาร์จ ทำให้เครื่องหยุดชาร์จ
  • ลูกค้าดำเนินการบางอย่างที่ส่งผลให้การชาร์จสิ้นสุดลง

ให้พนักงานชี้แจงลูกค้าว่า ค่าบริการดังกล่าวเป็นการเรียกเก็บขั้นต่ำตามเงื่อนไขของสถานี โดยมีการแจ้งรายละเอียดและเงื่อนไขบนแอปก่อนเริ่มใช้งาน

หากลูกค้ายังประสงค์ขอคืนค่าบริการ ให้ รับเรื่องส่ง Lead พิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป โดยพิจารณาจาก

  • กำลังไฟ (kW) ที่ลูกค้าได้รับจริง
  • ระยะเวลาที่ชาร์จ
  • อัตราค่าบริการของสถานี
  • ยอดที่ควรเรียกเก็บตามการใช้งานจริง เทียบกับค่าบริการขั้นต่ำ

ทั้งนี้ หากพิจารณาแล้วเห็นสมควร สามารถพิจารณาปรับยอดให้เป็น ค่าบริการตามการใช้งานจริงแทนค่าบริการขั้นต่ำ ได้

ไม่รวมสถานี Susco, Spark และ Noble ซึ่งไม่สามารถปรับค่าบริการได้ทุกกรณี


3. แนวทางการรับเรื่องกรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการประเภทต่าง ๆ

กรณีลูกค้าขอคืนค่าบริการ เช่น

  • ค่าชาร์จ
  • ค่าจอง (Booking Fee)
  • ค่าต่อเวลา
  • ค่า Overtime
  • ค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานสถานี

ให้ตรวจสอบก่อนว่าสถานีเป็นของ Sharge หรือ โครงการ / นิติบุคคล

3.1 กรณีสถานีเป็นของ Sharge

ให้พนักงาน รับเรื่องเพื่อตรวจสอบก่อน และแจ้งรายละเอียดให้ Lead พิจารณาดำเนินการต่อ

3.2 กรณีสถานีเป็นของโครงการ / นิติบุคคล

ให้แจ้งลูกค้าว่า Sharge เป็นผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและระบบการชำระเงินเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของสถานี ดังนั้นการอนุมัติหรือปรับค่าบริการจะต้องได้รับการพิจารณาจากเจ้าของสถานี / นิติบุคคล

แนะนำให้ลูกค้าติดต่อ นิติบุคคลของโครงการโดยตรง เพื่อขอพิจารณาการคืนค่าบริการ

กรณีนิติบุคคลอนุมัติคืนค่าบริการ

หากลูกค้าได้ติดต่อกับนิติบุคคลแล้ว และนิติบุคคลอนุมัติให้คืนค่าบริการ ให้ดำเนินการดังนี้

  • ให้ลูกค้าแจ้งนิติบุคคลติดต่อกลับมายัง Sharge เพื่อประสานงานเรื่องการคืนค่าบริการ

4. กรณีนิติบุคคลไม่เข้าใจขั้นตอนการดำเนินการ

หากพนักงานได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่นิติบุคคลแล้ว แต่เจ้าหน้าที่นิติบุคคลยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนหรือขอบเขตการดำเนินการ

ให้พนักงานสอบถาม

  • ชื่อผู้ติดต่อ
  • เบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อกลับ

จากนั้น Tag / แจ้ง Lead เพื่อประสานงานและอธิบายรายละเอียดกับทางนิติบุคคลเพิ่มเติม


5. กรณีนิติบุคคลไม่อนุมัติการคืนค่าบริการ

หากเป็นสถานีของโครงการ และนิติบุคคลพิจารณาแล้ว ไม่อนุมัติการคืนค่าบริการ

พนักงานสามารถยืนยันกับลูกค้าได้ว่า

Sharge เป็นเพียงผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและระบบการชำระเงิน ไม่ใช่เจ้าของสถานี จึงไม่สามารถอนุมัติหรือปรับค่าบริการในส่วนของสถานีโครงการได้ เนื่องจากการเรียกเก็บค่าบริการและการพิจารณาคืนค่าบริการเป็นอำนาจของเจ้าของสถานี / นิติบุคคล

ทั้งนี้ ขออภัยในความไม่สะดวก และแนะนำให้ลูกค้าประสานงานกับนิติบุคคลของโครงการโดยตรงค่ะ/ครับ